ขอเชิญร่วมสนทนาธรรม 3 มิถุนายน 2555

ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.จังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญร่วมสนทนาธรรมกับ อาจารย์อรรณพ หอมจันทร์ วิทยากรจากมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา กรุงเทพฯ ตามวันและเวลาต่อไปนี้

วัน : อาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 เวลา 13.00 น. – 16.30 น.
สถานที่ : ห้องบุ๊คคลับ สุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์ ถนนศรีดอนไชย อ.เมือง จ.เชียงใหม่


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 085-621-7106

ขุมทรัพย์

บุคคลไม่สามารถนำเอาทรัพย์สมบัติภายนอกใดๆ ติดตามไปในภพหน้าได้เลย ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ มีแต่สิ่งที่สะสมไว้ในจิตทั้งที่ดีและไม่ดี เท่านั้นที่จะติดตามไปได้ แล้วอย่างไหนจะประเสริฐกว่ากัน ระหว่างกุศลกับอกุศล อย่างไหนควรสะสม อย่างไหนควรหลีกออกห่าง

ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ประจำวัน พฤหัสบดีที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ขอนำเสนอ
ภาษาบาลี ๑ คำ คติธรรมประจำสัปดาห์ คำว่า นิธิ ซึ่งแปลว่า ขุมทรัพย์ ส่งถึงสมาชิก
ทางอีเมลครับ

อวิชชา

เพราะรู้ว่ายังมีความไม่รู้ จึงต้องฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาต่อไป เนื่องจากว่าความไม่รู้ เป็นมูลแห่งวัฏฏะ ตราบใดที่ยังมีความไม่รู้อยู่ สัตว์โลกยังจะต้องถูกอวิชชารวบรัดไว้ ไม่ให้พ้นจากสังสารวัฏฏ์ไปได้ จึงมีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะเป็นไปเพื่อดับความไม่รู้จนหมดสิ้นได้ นั่นก็คือ การอบรมเจริญปัญญา

เพื่อความเข้าใจธรรมยิ่งขึ้น และเป็นเครื่องเตือนไม่ให้เป็นผู้ละเลยในการ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน สัปดาห์นี้ ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ขอนำเสนอ ภาษาบาลี ๑ คำ คติธรรมประจำสัปดาห์ คำว่า อวิชฺชา แปลว่า ความไม่รู้ ส่งถึงสมาชิกทุกท่านทางอีเมลครับ

อาจารย์คำปั่น ที่เชียงใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่ อ.คำปั่น อักษรวิลัย ได้มาร่วมสนทนาธรรมกับชาวเชียงใหม่ ที่ ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ห้องบุ๊คคลับ สุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์

เริ่มจาก “การสนทนาธรรมตามกาลเป็นมงคล” อ.คำปั่นได้ให้ความเข้าใจว่า ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องมีการสนทนาวันนั้น วันนี้ เมื่อใดก็ตามที่เกิดความสงสัย มีการซักถาม หรือมีโอกาศได้กล่าวธรรม ได้สนทนาธรรมกัน นั่นแหละ คือการสนทนาธรรมตามกาล แล้วที่ว่าเป็นมงคล เป็นมงคลเพราะเป็นเหตุแห่งความเจริญ…ความเจริญขึ้นของปัญญา

อ.คำปั่น ยังได้กล่าวถึงวันมาฆะบูชาที่ผ่านมาที่มูลนิธิฯ ซึ่งท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้ให้วิทยากรบรรยายถึง เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ จนถึงวันมาฆะบูชา ซึ่งระยะเวลาเพียง 9 เดือนนั้น มีผู้ที่ได้บรรลุธรรมจากการแสดงพระธรรมของพระองค์อย่างมากมาย และเพื่อให้พวกเราได้เข้าใจ พระมหากรุณาคุณของพระองค์ ที่เป็นการอุปการะเกื้อกูลแก่สัตว์โลกนั้น มีมากมายเพียงใด แม้ในช่วงระยะเวลาแรกๆ หลังจากที่ทรงตรัสรู้

ก่อนจบการสนทนาธรรม อ.คำปั่น ได้นำคำเตือนของท่านอาจารย์สุจินต์ จากการที่มีการสละทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทอง เพชร พลอย เพื่อร่วมสร้างเจดีย์ ที่ครอบที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สารนาถ ซึ่งท่านอาจารย์ก็เห็นศรัทธาของทุกท่าน ได้อนุโมทนาด้วยทุกครั้งที่ทราบ แต่ก็มีคำเตือนว่า

” อย่าลืมนะ……. สละวัตถุสิ่งของเพื่อบูชาพระรัตนตรัยแล้ว อย่าลืมสละกิเลสของตนเอง ไม่ใช่ว่าโกรธ ก็โกรธมากๆ… ติดข้อง ก็ติดข้องมากๆ ต้องสละกิเลสด้วย”

พวกเรา ชาวชมรมบ้านธัมมะ มศพ. จังหวัดเชียงใหม่ ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกประการ ของอาจารย์คำปั่น มา ณ โอกาศนี้ด้วย

อาจารย์อรรณพ ที่เชียงใหม่

อาจารย์อรรณพ หอมจันทร์ วิทยากร มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา กรุงเทพฯ
ร่วมสนทนาธรรมกับชาวเชียงใหม่ ที่ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ มีนาคม
พ.ศ.๒๕๕๕ โดยหัวข้อที่สนทนาคือ “มาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์”

จากการบรรยายของอาจารย์อรรณพ ทำให้ได้เข้าใจว่า “โอวาทปาฏิโมกข์” นั้นเป็นคำสอนที่ลึกซึ้ง และคลอบคลุมพระธรรมทั้งหมด เช่น การยังกุศลให้ถึงพร้อม นั้นคือถึงพร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา และผู้ที่ถึงพร้อมแล้ว ก็คือพระอรหันต์เท่านั้น หรือเรื่องของตบะ ที่แปลเป็นไทยว่า เครื่องเผาบาป ก็มีทั้งที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ และที่ไม่ทรงสรรเสริญก็มี เพราะไม่ประกอบด้วยประโยชน์

และในวันนั้นนอกจากที่ได้เจริญกุศลด้วยการศึกษาพระธรรมแล้ว หลายท่านยังได้เจริญกุศลอีกประการหนึ่งคือ ได้สมทบสร้างที่ครอบที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยได้มอบเงิน และทอง จำนวนหนึ่งไปกับอาจารย์อรรณพ ซึ่งอาจารย์อรรณพได้บอกกับชาวเชียงใหม่ว่า
“ผมจะนำไปทำบุญให้ทุกท่าน ที่มูลนิธิฯ ในวันมาฆบูชา”

พวกเราชาวเชียงใหม่ขอกราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนา ในกุศลทุกประการของ
อาจารย์อรรณพ มา ณ โอกาศนี้

ทำบุญกับเด็กชาวกะเหรี่ยงที่สังขละบุรี

เมื่อวันที่ 21-22-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2555
โดยท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์, ท่านอาจารย์ดวงเดือน บารมีธรรม และคณะ

ณ พื้นที่ที่ห่างไกล เด็กๆชาวกะเหรี่ยง ที่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจดี คือ ท่านอาจารย์สุจินต์ และ ท่านอาจารย์ดวงเดือน พร้อมคณะ ด้วยดีเสมอมา เป็นประจำต่อเนื่องมาหลายปี

ทุกครั้งที่ได้เดินทางไป ท่านอาจารย์สุจินต์ และ ท่านอาจารย์ดวงเดือน จะนำอาหาร ขนม ของเล่น เสื้อผ้า อุปกรณ์การศึกษา รวมทั้งเงิน ไปมอบให้ พร้อมทั้งกล่าวข้อคิดธรรม เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับเด็ก ๆ เพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าเด็กเหล่านี้จะเป็นอย่างไร หากได้สะสมอะไรมาบ้าง ข้อธรรมที่ได้กล่าวไว้ จะเป็นปัจจัย ให้สนใจศึกษาพระธรรม เห็นคุณของความดี และเป็นคนดียิ่งขึ้นได้

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์  ท่านอาจารย์ดวงเดือน บารมีธรรม และคณะ มา ณ โอกาสนี้ด้วย